More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  ^My BoRinG LiTTle LiFe^PhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community
July 01

เดือนที่สิบ

ทำงานมา เข้าเดือนที่สิบแล้ว ตอนนี้เริ่มชินกับอะไรหลายๆอย่างในบริษัทนี้... ทั้งความไม่มีระบบ ทั้งการเอาเปรียบ จากตัวบริษัทเองและจากเพื่อนร่วมงานอ.ย. ชินกับผู้โดยสาร ทั้งแขก จีน ไทย ที่แต่ละชาติก็มีข้อดีข้อเสียเป็นของตัวเอง แต่ทุกวันนี้ บางทีก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า.... กรูกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย???

คนรอบข้างหลายคน ทั้งเพื่อน แฟน และอื่นๆชอบพูดว่า คนที่มีความสามารถอย่างเรา ทำไมถึงเลือกมาทำงานบริการ เป็นทำไมแอร์ ทำไมไม่ไปทำงานกับบริษัทดีๆ ทนทำไปสักสองสามปี เดี๋ยวเงินเดือนก็ตามเงินที่ได้ตอนนี้ทันแล้ว แถมได้ประสบการณ์ ในอนาคตก็มีทางเลือกมากกว่าด้วย พอได้ฟังหลายๆครั้งเข้า... ก็เริ่มคิดเหมือนกันว่านี่กรู... จบจากมหาลัยชั้นนำของประเทศด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง เพื่อที่จะมาทำงานเป็นขี้ข้า เช็ดห้องน้ำ และให้แขกอ.ย.มันเอาเปรียบงั้นรึ?? ทำไปเพื่ออะไรกันในเมื่อเห็นๆอยู่ว่ามันไม่มีความก้าวหน้า??

ถามว่าทุกวันนี้ทำเพื่ออะไร?? ตอบได้ง่ายๆ "ทำเพื่อเงิน" สภาพเศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ ถ้าให้ไปเริ่มกะงานอ๊อฟฟิศ เงินที่ได้มากที่สุดก็คงจะเป็นแค่สองหมื่น ซึ่งเป็นงานที่ต้องเสียค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทางเข้าไปนั่งในอ๊อฟฟิศทุกวัน (ทั้งๆที่บางทีครึ่งวันที่เข้าไปไม่มีงาน) แค่ค่าน้ำมันแต่ละเดือนก็คงจะสักหนึ่งส่วนสี่ (หรือมากกกว่า) ของเงินเดือนแล้ว ไหนจะมีค่ากินที่ต้องออกเองเวลาไปทำงาน ค่าซ่อมรถ ค่านู่นค่านี่จุกจิกหลายอย่าง สรุป...ปลายเดือน เงินหมดไม่มีเหลือเก็บดีไม่ดีใช้ไม่พอ

ขณะที่เราทำงานที่เราทำอยู่นี่ เดือนนึงทำงานแค่ดีมากที่สุดก็ครึ่งเดือน ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันเข้าไปนั่งเบื่อๆอยู่อ๊อฟฟิศ เจอคนเดิมๆ เพื่อนร่วมงานเดิมๆ เจ้านายเดิมๆอยู่ทุกวัน เงินที่ได้ ก็เยอะกว่างานอ๊อฟฟิศอยู่ หักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว ยังมีเหลือให้พ่อ ให้แม่ ให้น้องได้ แล้วยังจะมีเหลือเก็บเป็นเงินก้อนอีก อย่างที่บอกแหละ ที่ทนให้แขกเอาเปรียบอยู่ทุกวันนี้ เพราะเงินอย่างเดียว

งานมันไม่ก้าวหน้า เราก็รู้... แต่ทุกวันนี้เราไม่ต้องขอตังค์พ่อแม่แล้ว และบางทียังมีปัญญาซื้อของที่เค้าอยากได้ให้ด้วย มันก็เป็นความภูมิใจเหมือนกันนะ ถึงต้องไปเช็ดห้องน้ำ ทะเลาะกับแขกอ.ย. บริการผู้โดยสารที่บางทีงี่เง่าเหลือหลาย... แต่ ณ วันนี้ เราว่าเราทำได้ อนาคต ค่อยคิดดูอีกที ชีวิตมันต้องมีทางไปเสมอแหละ.....

ไม่แน่.... มันอาจเป็นอย่างที่แม่เราชอบพูด (ซึ่งเราไม่เคยเห็นด้วย) ว่าชีวิตคนเรามันถูกลิขิตไว้หมดแล้ว ยังไงซะก็ฝืนบุญและกรรมเก่าไม่ได้หรอก

May 19

ปีกกล้าขาแข็ง

ตั้งแต่ทำงานที่นี่มา เพื่อนๆรุ่นเดียวกัน ลงความเห็นเหมือนกันหมดว่า ยิ่งทำยิ่งเป็นคน aggressive  มากขึ้นทุกวัน  ขนาดเราเอง ยังรู้สึกเลยว่า เมื่อก่อนเราเป็นคน "หยวนๆ" มากกว่านี้ มีอะไรถ้าทนได้ก็มักจะทนไป มีคนใช้ทำอะไร ถ้าไม่เกินความสามารถก็ทำให้ ถึงบางทีจะไม่ใช่หน้าที่เราก็เหอะ

มองย้อนกลับไปตอนเริ่มทำงานสองสามเดือนแรก.... พวกลูกเรืออ.ย.ใช้ให้ทำอะไรก็ทำ จิกให้กรูทำงานให้ทั้งๆที่เป็นหน้าที่มันก็ไม่บ่น มีแต่จะยิ้มรับพร้อมพูดว่า "โอเค" ทุกครั้ง หรือบางทีที่มันด่าเราแบบไม่มีเหตุผล ไม่ใช่ความผิดเราก็เอาขี้มาป้าย มาตะคอก มาจิกต่อหน้า ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก็จะพูดว่า "Sorry.  It will never happen again." แล้วเรื่องก็จะจบไป

ในตอนนั้น รู้สึกว่าการทำแบบนี้มันก็เป็นทางออกที่ดี คือไม่มีเรื่องกัน ก็ยอมๆมันไปเหอะ จะได้จบๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้เพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะเจนงานขึ้น หรืออาจจะเป็นเพราะทนมามากจนขี้เกียจทน เดี๋ยวนี้เริ่มคิดแล้วว่าไอ้การหลับหูหลับตาขอโทษทั้งๆที่บางทีไม่ใช่ความผิดเรา มันยิ่งทำให้พวกนั้นมันเคยตัว คิดว่าจะข่มลูกเรือไทยอยู่ได้ตลอดเวลารึเปล่า... เพราะฉะนั้น เด๋วนี้.... ไม่มีอีกแล้วกับการก้มหัวให้ หรือขอโทษทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดเรา เด๋วนี้ มึงแรงมา กูแรงกลับ มึงตะคอกเสียงดังมา กูตะคอกเสียงดังกว่ากลับ มึงพูดว่ากูเป็นภาษาอังกฤษยาวยืดมา กูก็เถียงกลับโดยใช้ภาษาอังกฤษที่ยาวยืดและศัพท์ยากกว่าให้แม่งงงเป็นไก่ตาแตกไป.... จากประสบการณ์ที่ทำอย่างงี๊มาสองสามครั้ง... พวกมันจะหงอ ไม่ก็อึ้ง เพราะคิดว่าไอ้หัวดำอย่างเราคงไม่กล้าเถียงกลับ

ใครจะหาว่ากู attitude ไม่ดี ไม่เหมาะกับการเป็นแอร์ ไม่มีทีมเวิร์คก็เอาเหอะ แต่จะบอกว่า ถ้าคุณอยากจะอยู่รอดในหมู่พวกนี้ได้ล่ะก็ ยอมก้มหัวให้พวกแมร่งอย่างเดียวอยู่ไม่ได้แน่

อย่างวันนี้ที่ทำไฟลท์กลับมาจากไคโร มีเรื่องกับลูกเรือผู้ชายคนนึง ไอ้ห่านี่ตั้งแต่เห็นหน้ามันก็เดายี่ห้อได้แล้วว่าไอ้เหี้ยนี่ขี้เกียจแถมขี้วีนแน่ๆ สรุปก็เป็นเรื่องจริงๆ ตอนทำอาหารเช้า มันเสิร์ฟจากข้างหน้า เราจากข้างหลัง แล้วเสิร์ฟมาชนกัน มันเสร็จก่อน ก็เลยไปเดินชากาแฟ พอเราเสิร์ฟเสร็จหมดเกลี้ยงคาร์ท สรุปว่าเหลือผู้โดยอีกสองคนไม่มีถาด เราก็เข็นคาร์ทกลับไปแกลลี่หลัง เพื่อจะไปเอาสองถาดที่เหลือ ระหว่างทาง ก็มีผู้โดยขอน้ำเพิ่ม ก็ต้องให้ ก็เลยทำให้ช้าลงไปอีก พอได้ถาดจากแกลลี่ก็เดินกลับไปครึ่งลำเพื่อจะไปเสริฟ์ให้ผู้โดย เสิร์ฟเสร็จกลับมาแกลลี่หลังกำลังจะออกไปเสิร์ฟชา ไอ้ห่านี่มาถึงในแกลลี่มาตะคอกใส่หน้ากูว่า "Why are you so slow?  You have to work faster!!" แล้วก็บ่นตะคอกเสียงดังประมาณว่าเนี่ย มันเสิร์ฟ ชามาทั้งลำแล้่วนะ (ซึ่งขอโทดเหอะ... วันนี้ผู้โดยแต่ 140 คน เสิร์ฟชาทั้งลำทำเป็นเรื่องใหญ่ ไอ้หอกหักเอ๊ย) มาตะคอกใส่กูอย่างงี๊ อีกวางก็ปรี๊ดสิคะ ก็เลยตะคอกมันกลับไป เสียงดังกว่าว่า "I had to come back to get trays for passengers, ok?!? YOU left them there without meals, and I don't see you try to come and get them trays.  THAT's why I work slower than you!!"  เสร็จ กรูก็ถือกาน้ำชาสบัดตูดออกไปเสิร์ฟ

ด้วยความโมโหและอึดอัด... อยากจะระบายก็ไม่รู้จะระบายกะใคร พอกลับเข้ามาแกลลี่ น้ำตาก็รื้น เพอร์เซอร์เบอร์สอง (ถึงเจ๊จะจู้จี้ไปหน่อยแต่ก็มีข้อดี) เห็นก็ถามว่ามีอะไร ไอ้เราก็ขี้เกียจเล่า แต่แกลลี่แมนใจดีที่เห็นเหตุการณ์ตลอดก็เล่าให้เค้าฟังเป็นภาษาอาราบิก พอเจ๊แกรู้เรื่อง ก็ปลอบเราว่า ไม่เป็นไรนะ แล้วซักพัก พอเซอร์วิสเสร็จ เจ๊ก็เรียกไอ้ห่านั่นมาให้ขอโทษเราด้วย มันก็ขอโทษ บอกไม่ได้ตั้งใจจะเสียงดัง แถมก่อนเครื่องลงยังมาถามอีกว่ายัง โกรธอยู่เปล่า หึหึ สะจายกรูเจงๆ

นี่แหละ ถ้าจะทำงานกะไอ้พวกนี้... ต้อง aggressive เข้าไว้ เราคนไทยรักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาดโว้ย

April 04

กวางของขึ้น....

ที่เกิดเหตุ: เครื่องโบอิ้ง 777 ไฟลท์ ปักกิ่ง-กรุงเทพ
สถานการณ์: ผู้โดยสารเกือบเต็มลำ (ประมาณ 250 คน) ทัวร์คนไทยขึ้นมาเป็นผู้โดยสารกว่าครึ่ง แอร์ไทยนางหนึ่งกำลังเสิร์ฟอาหารอยู่งกๆๆๆ เสิร์ฟมาจากข้างหลัง.... จนเหลือผู้โดยสารคนไทยสองคนสุดท้าย แล้วถาดอาหารที่เหลือ ก็เหลือแต่ไก่อยู่สองถาดสุดท้ายเช่นกัน....

แอร์ไทย - สวัสดีค่ะ อาหารตอนนี้เหลือแต่ไก่แล้ว ปลาหมดแล้วค่ะ รับเป็นไก่ได้มั๊ยคะ?
ผู้โดยฯ - แน่ใจหรอว่าปลาหมดแล้ว?
แอร์ไทย - (หันไปถามเพื่อนร่วมงานอียิปต์ที่อยู๋ข้างหลังว่ายังมีปลาเหลือมั๊ย.... อ.ย. บอกไม่มี หมดเกลี้ยงแล้ว ถามคนที่เสิร์ฟอยู่อีกฝั่งก็ได้คำตอบเช่นเดียวกัน แล้วบอกด้วยว่าเมื่อกี๊ไอเพิ่งไปดูในแกลลี่มา ไม่มีเหลือเลย) ค่ะ หมดแล้วจริงๆค่ะพี่ ในแกลลี่ก็ไม่มีแล้ว ไม่ทราบพี่ช่วยรับเป็นไก่แทนได้มั๊ยคะ? (ส่งยิ้มหวานให้หนึ่งที เผื่อจะทำให้ผู้โดยใจอ่อนยอมเอาไก่)
ผู้โดยฯ - (ชักสีหน้าใส่แอร์ แล้วหันไปบ่นกับเพื่อนว่า "ไม่เห็นเหมือนสายการบินแห่งชาติเลย เสิร์ฟก็ช้า แล้วยังจะของหมดอีก") พี่ก็ไม่มีทางเลือกนี่คะ มีแต่ไก่ ก็ต้องเอาไก่แหละค่ะ
แอร์ไทย - (ของขึ้นสิคะ ถูกด่าว่าเสิร์ฟช้า แล้วเอาไปเทียบกับสายการบินแห่งชาติ ถอะค่ะที่เวลาบินลูกเรือเค้าก็เยอะกว่า คาร์ทนึงเสิร์ฟสองคน แต่กรูเสิร์ฟคนเดียวทั้งคาร์ททั้งน้ำทั้งอาหาร โกรธมากกกกกกก แต่ก็แสร้งยิ้มเพื่อหวังจะกวนตีนแล้วตอบกลับไปว่า) หนูไม่บังคับให้พี่เลือกหรอกค่ะ พี่เลือกว่าจะไม่ทานก็ได้นะคะ ไก่ไม่ต้องรับก็ได้ (ส่งยิ้มหวานมากกกกกกกกให้หนึ่งที)
ผู้โดยฯ - (ฉุนที่โดนแอร์สวน เพราะเธอไม่เคยเจออะไรอย่างงี๊กับสายการบินแห่งชาติ) ตลกเนอะ.... (ชักสีหน้าหนึ่งที) รีบๆเสิร์ฟมาเถอะ
แอร์ไทย - (เสิร์ฟไก่เสร็จสองที่) แล้วเครื่องดื่ม พี่รับอะไรดีคะ? (ยิ้มให้หวานนนนนนนจับใจ แต่ตอนนี้ในใจแอบสะใจแล้วที่ได้สวนไป)
ผู้โดยฯ - (มองคาร์ทเครื่องดื่มที่มีหนึ่งที เห็นๆอยู่ว่ามีแต่น้ำอัดลมกับน้ำผลไม้) ขอจินเจอร์เรล (ยิ้มมุมปากหน่อยๆ เหมือนสะใจ ว่าอีแอร์โง่นี่คงไม่รู้แน่ๆว่าคืออะไร)
แอร์ไทย - (ไม่โง่... จินเจอร์เรล กรูเคยกิน เป็นเครื่องดื่มที่ดื่มตามธรรมดาได้ แล้วก็มีเอาไปเป็นมิกเซอร์ผสมเหล้าเหมือนกัน) ขอโทษนะคะพี่ เราไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ค่ะ พวกเครื่องดื่มที่ใช้ผสม ก็ไม่มีค่ะ (ยิ้มหวานนนนนนนให้อีกที เหมือนจะบอกว่า กรูไม่โง่หลงกลเมิงหรอก)
ผู้โดยฯ - (ยิ้มสะใจ) จินเจอร์เรล ไม่มีแอลกอฮอลล์นะคะน้อง
แอร์ไทย - หนูทราบค่ะ แต่อย่างที่บอกไปแล้ว เครื่องดื่มที่ใช้ "ผสม" กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นมิกเซอร์ก็ไม่มีเสิร์ฟค่ะ (ยิ้มสะใจยิ่งกว่าที่ผู้โดยคนนี้หาเรื่องยังไง ชั้นก็ไม่จนมุม) แล้วพี่จะรับน้ำอะไรดีคะ มีแต่น้ำผลไม้กับน้ำอัดลม "ตามที่เห็นอยู่" นี่แหละค่ะ
ผู้โดยฯ - เอาน้ำส้ม..... (เงียบ เถียงไม่ออก และไม่ขออะไรแอร์อีกเลยตลอดทั้งไฟลท์)


555555555 สะใจโว้ยยยยยยยยยยยยยยยย ไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอกแอบแรงนะ ก็รู้หรอกว่าแรง แต่ไม่ชอบเวลาที่เราพยายามบริการให้ดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังเอาเราไปเทียบกับสายการบินแห่งชาติ ที่ค่าตั๋วแพงกว่าหลายพัน.... ที่สำคัญ ผู้โดยฯไทยคนอื่นที่มากับกรุ๊ปเดียวกะคนนี้ ก็ยังชมเราว่าบริการดีอยู่เรย ยังคุยเล่น เฮฮาอยู่ เพราะงั้น ปัญหาอยู่ที่ใคร คิดดูเอาเองแล้วกัน

อะไรที่แพงกว่า ก็ย่อมหมายความว่ามันดีกว่าอยู่แล้ว ที่เค้าชาร์จค่าตั๋วแพงกว่า ก็เพราะว่าลูกเรือต่อไฟลท์เค้าเยอะกว่า เมื่อลูกเรือเยอะกว่า การบริการก็ต้องฉับไวกว่าอยู่แล้ว ที่สำคัญ สายการบินแห่งชาติ.... ลูกเรือคงไม่ขี้เกียจเหมือนพวกลูกเรืออ.ย.ที่ชอบกินแรงลูกเรือไทยหัวดำหรอก เค้าก็คงช่วยๆกันทำงาน แต่ของเรา ทั้งไฟลท์มีทำงานกันอยู่คนไทยสามคน แล้วจาไปดูแลผู้โดยหลายร้อยทั่วถึงได้ไงล่ะคู้ณณณณณณณ จะด่าจะว่าแอร์น่ะ ช่วยเห็นใจกันนิดนึงนะ

ป.ล. ถ้าเป็นแอร์สายการบินอื่น สวนไปอย่างงี๊คงโดนคอมเพลนแหงมๆ หึหึ
February 25

Short Fingers

ไฟลท์กวางโจวเมื่อวานขาไปกะขากลับต่างกันมากมาย ทั้งๆที่ลูกเรือชุดเดียวกัน แค่จำนวนผู้โดยสารน้อยลงไม่กี่สิบคน ก็ทำให้อารมณ์ของลูกเรือบนไฟลท์ที่ขาไปทั้งจิก บ่น ใช้สารพัด ขากลับที่ผู้โดยสารน้อยกลับเฮฮาปาร์ตี้ได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนขามา

เรื่องของเรื่อง มันอยู่ที่ตอนขากลับนี่แหละ ทำงานเป็นตำแหน่ง 2L คือเป็นตำแหน่งประตู คอยต้อนรับผู้โดยสาร ผู้โดยสารก็บอร์ดขึ้นมาเรื่อยๆ จนมันเหลืออีกไม่กี่คน ก็ส่งสัญญานชูนิ้ว โบกไม้โบกมือกับเพื่อนที่อยู่ข้างหลังว่า "ยังไม่หมด ยังเหลืออีก เท่านี้ๆคน" ไอ้ลูกเรืออียิปต์ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้น จู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า "You have short fingers." ........................ พูดขึ้นมาเรียบๆ เฉยๆซะงั้น มาตอกย้ำปมด้อยของกรูแบบหน้าตายๆไร้อารมณ์สุดๆ -_-" พอกรูบอกว่า แล้วยูจาพูดทำมายยยยยยย รู้มั๊ยว่ามันเป็นปมด้อยของไอ มันก็รีบพูดใหญ่ แก้ตัวบอกว่า ไม่ใช่ๆๆ นิ้วสั้นๆเล็กๆ น่ารักดี เหมือนมือเด็ก

...............................................

ขอไว้อาลัยให้ักับคำแก้ตัวแย่ๆหนึ่งนาที

จริงๆนี่เป็นลูกเรืออียิปต์คนที่สองแล้วที่พูดอย่างงี๊กะชั้น คนแรก มองมือกรูแล้วก็ขำ จับๆใหญ่บอกว่ามือเล็กจัง ถึงขั้นขอถ่ายรูปเก็บมือกรูไว้ดูเป็นที่ระทึกกันทีเดียว..... -_-" จะดีหรอวะไอ้พวกนี้......

ตอกย้ำกันเข้าไป...... ก็เพราะไอ้มือเล็กๆนิ้วสั้นๆนี่แหละ ที่ทำให้กรูตะกายกำแพงเอื้อมแตะของสายการบินในฝันชั้นไม่ถึง แล้วต้องมาทำงานอยู่ที่นี่ไง เฮ้อออออออ........ เซ็งเป็ด........

View more entries
 
Generate Your Own Glitter Graphics @ GlitterYourWay.com - Image hosted by ImageShack.us

^My BoRinG LiTTle LiFe^